| ๑۩۞۩๑ TaaN ๑۩۞۩...'s profile๑۩۞۩๑ TaaN ๑۩۞۩๑PhotosBlogLists | Help |
|
January 03 สายลมศิลปินในดวงใจอีกคนหนึ่งที่ชอบมากๆเลย ก็คือ พี่เจนนิเฟอร์ คิ้ม ( พี่เค้าร้องเพลงได้ไพเราะมากๆ
เพลงล่าสุดที่พี่เค้าร้องเป็นเพลงประกอบละครเรื่องอะไรไม่รู้ แล้วเพลงนี้มันก็ไปรวมอยู่ในอัลบัมชื่ออไรก็ไม่รู้
ประมาณว่ามีหลายๆศิลปินอยู่ในอัลบัมเดียวกันอะ เพลงนี้เป็นของ rs นะ ( พี่เค้าเป็นศิลปินอิสระ ร้องกับใครก็ได้ )
...
..
.
เพลงสายลม - เจนนิเฟอร์ คิ้ม
ไม่รู้ว่านานเท่าไร ที่ฉันและเธอห่างไกลตั้งแต่วันนั้น
December 07 เพลงถ้าโลกนี้ไม่มีเพลงนี้เพราะดี ได้ฟังมานานแล้วแต่ไม่รู้ชื่อเพลง คราวนี้ทราบแล้วเลยเอาเนื้อเพลงมาลงซะเลย อิอิ
September 19 เซ็งโว้ยยยยย!!ไปทำงานที่เนปาลมาเป็นเดือนแล้ว
ยังขี้เกียจอัพสเปซอยู่เลย แย่จริงโว้ย!!!
เดี๋ยวหายขี้เกียจเมื่อไหร่จะมาอัพนะจ๊ะห์ April 17 แดดร้อน ลมแรง ความรักก็ไม่มา T^Tตอนนี้กรุงเทพฯร้อนมากๆ ร้อนจนแตนงุงิ -.-" เป็นหมาบ้า
แถมงานก็เยอะด้วย ร้อนไปหมดทั้งกายและใจ ช่วงนี้ใครมากวนใจอาจมีโดนด่าเละ
แต่ก็มีเพลงเพราะที่ชอบนะ ( ไม่เกี่ยวกับหน้าร้อน ) ---> ไม่มีเพลงให้ฟังด้วย
~
~
จู บ ( k i s s ) - J e t s e t ' e r
ส อ ง เ ร า ใ ห้ ล อ ย ไ ป ใ น คื น นี้ โ อ้ โ อ
.
http://musicstation.kapook.com/newmusicstation/play.php?id=6700
April 10 F0nt.com Meeting 3 @Dreamworld Again!!วันนี้เพิ่งด้มีโอกาสเอารูปจากงานมีตติ้งมาลงในสเปซ เป็นความทรงจำที่ดีจริงๆ
ยังไงก็ขอคุณภาพของทุกๆคนไม่ว่าจะเป็น แอน , พี่โอ้เอ้ , เอ , เฮียโก้ , ลุงบั๊กส์ , ลุงแอ๊ะ
เจ๊ปุก , หมี และหมีเล็ก , น้องเต่า และคนอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวมาด้วย
.
.
ยังไงก็
.
.
" ขอบคุณที่ได้รู้จักกัน " March 19 F0nt.com meeting 3 @ Dreamworldวันเสาร์ ที่ 10 มีนาคม 2550
ปีนี้เป็นปีที่ 2 แล้วที่ได้ไปมีตติ้งกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวฟอนต์ดอทคอม
( ไม่นับรวมที่เราไปกินหมูกระทะ , งานแฟต แล้วก็มีติ้ง wii )
โดยครั้งแรกที่แตนไป เค้าจัดเป็นครั้งที่ 2 ก็ไปที่สวนสัตว์ดุสิต งานนั้นสนุกมาก
แถมฝนตกด้วย เรียกว่าเหนื่อย + ร้อน แล้วก็เปียกด้วย
ส่วนครั้งที่ 2 ที่ไปนั้น พวกเราไปดรีมเวิลล์กัน ครั้งนี้สมาชิกเยอะกว่าปีที่แล้วเยอะมาก
แต่ละคนก็สนุกสนาน แล้วก็มีความเป็นมิตรทุกคน งานวันนั้นโคตรสนุกเลย
ตลกด้วย โดยเฉพาะช่วงแจกของรางวัล ทุกคนแถกันสุดๆ
เพราะกติตาก็คือให้เอาของที่มีความเกี่ยวข้อง กับเลข 3 มา ฮา...มากๆ
ถึงตอนนี้แตนคิดว่า "กูโคตรโชคดีเลยที่ได้รู้จักคนกลุ่มนี้ "
คิดดูนะ คนเราจะมีซักกี่คนที่จะได้เจอคนดีๆในสังคมอินเตอร์เนตสมัยนี้
ที่แม่งมีทั้งโกหก หลอกลวง ไม่รู้จักประวัติ ไม่เคยเห็นหน้า ค่าตากันเลย
แต่ที่นี่ ... ตรงกันข้ามทั้งหมด
ทุกคนที่อยู่ในฟอนต์นั้น ต่างรู้จักประวัติกัน , เห็นหน้าค่าตากัน
พูดคุยกันอย่างคนมีการศึกษาเค้าคุยกัน ( แม้จะมีบางคนที่แตกแถวไปบ้าง )
อ้อ ... แล้วคนที่นี่นะ แต่ละคนเทพทั้งนั้น คือมีความสามารถกันจริงๆ
ไม่มีหลอกลวงเลย
กูโคตรมีความสุขเลย ที่ได้รู้จักคนที่นี่
February 25 อาทิตย์ละเพลง : เธอคือใคร ( กันจ๊ะ T^T )ช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเองมีสภาพจิตใจที่ ...
เราสัญญาว่าเราจะปรับสภาพจิตใจของตัวเองให้ดีเหมือนเดิม
พี่มิคเขียนไว้ในสคริปรายการบางกอกรามา ที่จะออกก่อนวันวาเลนไทน์เอาไว้ว่า
" ความรักก็เหมือนผีเสื้อยิ่งวิ่งไล่ตามมันเท่าไหร่ มันก็ยิ่งบินจากเราไป "
ซึ่งแตนก็คิดว่ามันจริง ความรักเป็นเรื่องที่บังคับกันไม่ได้ ไม่มีใครบังคับใครให้รักกันได้ ยกเว้นว่าเค้าจะรักกันเอง
สำหรับแตนก็คิดอย่างที่ข้างบนว่าไว้ แต่ถ้า " เมื่อความรักมันมา เราก็ต้องคว้าไว้สินะ เพราะบางที่มันอาจจะมาเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้ "
หลายคนบอกว่าแล้วคนไหนที่ใช่สำหรับเรา แตนเองก็ไม่ทราบหรอกว่าจะเป็นคนไหน แต่แตนรู้ว่า เราต้องรู้จักที่จะเรียนรู้คนอื่นบ้าง
เข้าใจความต้องการของตัวเองและคนรอบข้าง รู้จักทำให้คนอื่นมีความสุขบ้างไม่ใช่นึกถึงแต่ตัวเองจนมากจนเกินไป
ที่สำคัญก็คือ " รัก = การให้อภัย และไว้เนื้อเชื่อใจ "
เพราะบางทีคนที่คิดว่าใช่อาจจะไม่ใช่ แต่คนที่คิดว่าไม่ใช่อาจจะใช่ก็ได้ ... ใครจะรู้
แล้วเธอละ ... เธอคือใคร?
ช่ ว ง ชี วิ ต ที่ เ ค ย รั ก ใ ค ร ไ ม่ เ ค ย ล้ อ เ ล่ น กั บ หั ว ใ จ
แ ต่ ว่ า ทุ ก ค น เ ข้ า ม า ค บ กั น ไ ม่ น า น เ ข า ก็ ไ ป แ ต่ ล ะ ค รั้ ง ก็ ค อ ย ทุ่ ม เ ท แ ต่ สุ ด ท้ า ย ก็ ยั ง เ สี ย ใ จ เ จ็ บ จ น คุ้ น เ ค ย แ ต่ ไ ม่ ช อ บเ ล ย ที่ ต้ อ ง ไ ม่ เ ห ลื อ ใ ค ร ดั่ ง ฟ้ า จ ะ แ ค่ เ พี ย ง ต้ อ ง ก า ร แ ก ล้ ง กั น ใ ห้ ฉั น ต้ อ ง พ บ เ จ อ แ ต่ ค ว า ม เ จ็ บ ช้ำ ใ จ จ น ไ ม่ รู้ ว่ า รั ก แ ท้ ห น้ า ต า เ ป็ น เ ช่ น ไ ร ก็ ยั ง ไ ม่ พ บ เ จ อ ใ ค ร ที่ รั ก กั น จ ริ ง สั ก ที จ ะ มี ไ ห ม สั ก ค น ม า เ ป ลี่ ย น ชี วิ ต ข อ ง ฉั น เ ธ อ คื อ ใ ค ร ที่ จ ะ รั ก จ ริ ง ไ ม่ ท อ ด ทิ้ ง กั น อ ย า ก จ ะ รู้ จ ะ มี ไ ห ม สั ก ใ จ จ ะ ไ ด้ เ จ อ เ ธ อ อ ย า ก รู้ เ ธ อ คื อ ใ ค ร ที่ จ ะ เ ป็ น รั ก สุ ด ท้ า ย ข อ ง ฉั น จ ริ ง ๆ สั ก ที อ ย า ก จ ะ พ บ สั ก ค น ที่ เ ข้ า ใ จ ไ ม่ ต้ อ ง พ ร้ อ ม ต้ อ ง ดี ม า ก ม า ย อ า จ จ ะ เถี ย ง กั น อ า จ ท ะ เ ล า ะ กั น เ ข า ยั ง ไ ม่ ไ ป ไ ห น อ ย า ก จ ะ พ บ สั ก ใ จ ที่ เ ข้ า กั น อ ยู่ กั บ ฉั น รั ก กั น เ รื่ อ ย ไ ป อ ย่ า แ ค่ แ ว ะ ม า ฝ า ก แ ค่ น้ำ ต า ใ ห้ ค้ า ง ค า ใ น หั ว ใ จ ดั่ ง ฟ้ า จ ะ แ ค่ เ พี ย ง ต้ อ ง ก า ร แ ก ล้ ง กั น ใ ห้ ฉั น ต้ อ ง พ บ เ จ อ แ ต่ ค ว า ม เ จ็ บ ช้ำ ใ จ จ น ไ ม่ รู้ ว่ า รั ก แ ท้ ห น้ า ต า เ ป็ น เ ช่ น ไ ร ก็ ยั ง ไ ม่ พ บ เ จ อ ใ ค ร ที่ รั ก กั น จ ริ ง สั ก ที จ ะ มี ไ ห ม สั ก ค น ม า เ ป ลี่ ย น ชี วิ ต ข อ ง ฉั น เ ธ อ คื อ ใ ค ร ที่ จ ะ รั ก จ ริ ง ไ ม่ ท อ ด ทิ้ ง กั น อ ย า ก จ ะ รู้ จ ะ มี ไ ห ม สั ก ใ จ จ ะ ไ ด้ เ จ อ เ ธ อ อ ย า ก รู้ เ ธ อ คื อ ใ ค ร ที่ จ ะ เ ป็ น รั ก สุ ด ท้ า ย ข อ ง ฉั น จ ริ ง ๆ สั ก ที ไ ม่ รู้ จ ะ เ จ อ เ มื่ อ ไ ห ร่ ก็ เ ฝ้ า แ ต่ ถ า ม ก็ ไ ด้ แ ต่ ถ า ม จ า ก ฟ้ า จ ะ มี ไ ห ม สั ก ค น ม า เ ป ลี่ ย น ชี วิ ต ข อ ง ฉั น เ ธ อ คื อ ใ ค ร ที่ จ ะ รั ก จ ริ ง ไ ม่ ท อ ด ทิ้ ง กั น อ ย า ก จ ะ รู้ จ ะ มี ไ ห ม สั ก ใ จ จ ะ ไ ด้ เ จ อ เ ธ อ อ ย า ก รู้ เ ธ อ คื อ ใ ค ร ที่ จ ะ เ ป็ น รั ก สุ ด ท้ า ย ข อ ง ฉั น จ ริ ง ๆ สั ก ที February 13 ผูกพัน : Valentine Dayผู ก พั น
นี่ ใ ช่ ไ ห ม อ ะ ไ ร อ ะ ไ ร ที่ เ ค ย คิ ด
ชี วิ ต ที่ มี แ ต่ ฉั น ต่ อ จ า ก นี้ ค ง ตั ว ค น เ ดี ย ว อ ย่ า ง ที่ คิ ด นี่ ห รื อ ที่ ใ จ ต้ อ ง ก า ร นี่ ใ ช่ ไ ห ม ที่ ฉั น เ ค ย ฝั น ต ล อ ด อ ยู่ ใ น ใ จ ชี วิ ต ที่ ไ ม่ มี เ ธ อ รู้ สึ ก เ ห มื อ น มั น ข า ด อ ะ ไ ร ไ ป ไ ม่ เ ข้ า ใ จ เ ก็ บ เ รื่ อ ง ร า ว ที่ มั น เ ก่ า ๆ ใ ส่ ก ล่ อ ง ไ ว้ ม อ ง เ ห็ น แ ล้ ว มั น ป ว ด ร้ า ว รู ป ถ่ า ย เ ร า ไ ป เ ที่ ย ว ด้ ว ย กั น เ มื่ อ ต อ น นั้ น ต อ น นี้ ยิ่ ง ดู ยิ่ ง เ ศ ร้ า ไ ม่ มี เ สี ย ง คำ คำ ข อ ง เ ข า ที่ เ ร า ไ ด้ เ ค ย ฟั ง ไ ม่ มี ใ ค ร ใ ห้ ค อ ย ม า ไ ถ่ ถ า ม เ ห ลื อ เ พี ย ง แ ค่ ค ว า ม ท ร ง จำ ที่ ย้ำ ใ ห้ รู้ ว่ า เ ธ อ ใ ช่ ไ ห ม ที่ หั ว ใ จ ข อ ง ฉั น ผู ก พั น แ ล ะ คื อ เ ธ อ เ ท่ า นั้ น วั น นี้ ฉั น เ พิ่ ง จ ะ เ ข้ า ใ จ ไ ม่ มี เ ธ อ มั น ดู เ ห ง า ๆ ยิ้ ม เ ศ ร้ า ๆ บ อ ก ตั ว เ อ ง ไ ว้ นี่ ยั ง ไ ง โ ล ก ที่ ไ ม่ มี เ ธ อ แ ล้ ว ข า ด เ ธ อ ไ ป วั น นี้ จึ ง ไ ด้ เ จ อ ค ว า ม ห ม า ย ไ ม่ มี เ ธ อ วั น นี้ ฉั น ถึ ง เ ข้ า ใ จ เ ธ อ ใ ช่ ไ ห ม ที่ หั ว ใ จ ข อ ง ฉั น ผู ก พั น แ ล ะ คื อ เ ธ อ เ ท่ า นั้ น วั น นี้ ฉั น เ พิ่ ง จ ะ เ ข้ า ใ จ ไ ม่ มี เ ธ อ มั น ดู เ ห ง า ๆ ยิ้ ม เ ศ ร้ า ๆ บ อ ก ตั ว เ อ ง ไ ว้ นี่ ยั ง ไ ง โ ล ก ที่ ไ ม่ มี เ ธ อ แ ล้ ว เ ธ อ ใ ช่ ไ ห ม ที่ หั ว ใ จ ข อ ง ฉั น ผู ก พั น แ ล ะ คื อ เ ธ อ เ ท่ า นั้ น วั น นี้ ฉั น เ พิ่ ง จ ะ เ ข้ า ใ จ ไ ม่ มี เ ธ อ มั น ดู เ ห ง า ๆ ยิ้ ม เ ศ ร้ า ๆ บ อ ก ตั ว เ อ ง ไ ว้ นี่ ยั ง ไ ง โ ล ก ที่ ไ ม่ มี เ ธ อ แ ล้ ว นี่ ยั ง ไ ง โ ล ก ที่ ไ ม่ มี เ ธ อ แ ล้ ว January 30 ฮาวทู ภูสอยดาว2ต่อจากอันแรก
วันที่ 2 : 31 ธันวาคม 2549
เอาล่ะ เข้าสู่เช้าวันที่สองอันหนาวเหน็บ ช่วงกลางคืนหนาวมากๆ
และน้ำค้างแรงมากๆ ผมต้องนอนคลุมโปงเลย คือปิดมิดทั้งหัวไม่อย่างนั้นน้ำค้างจะซึมเข้ามาในเตนท์ หยดลงใส่หัว ถ้าไม่คลุมนี่ผมเปียกกันได้เลย อุณหมูมิยามเช้าบนลานสนภูสอยดาว 6 องศาเซลเซียส ครับ ![]() ถูกใจอย่างแรง หายใจเข้าออกมีไอด้วย นี่แหละคือเป้าหมายในการไปในครั้งนี้ ![]()
การหุงหาอาหารทำกับข้าว ก็ใช้ฟืนกับเตาที่เป็นขาตั้งเหล็ก มีให้เช่าบนยอดภูครับ ในราคา 50 บาท จริงๆ เอาหินมาตั้งก็ได้เป็นเตาแล้ว การต้มน้ำหุงข้าวเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาเป็นอย่างมากในสภาวอากาศที่หนาวเย็น น้ำมันไม่ยอมร้อนง่ายๆ เลยครับ
มาม่ายังคงเป็นอาหารยอดนิยมอย่างหนึ่งในการทำกินเล่นและกินเอาจริงเอาจัง
บรรยากาศโดยรอบลานสนครับ มีนักท่องเที่ยวเยอะพอสมควร แต่ไม่มากจนรกหูรกตา
แผนผังบอกรายละเอียดคร่าวๆ ว่ามีอะไรอยู่ตรงไหนบนลานสน
ด้านทิศตะวันออกของลานสนจะมีหลักเขตประเทศไทยอยู่ครับ
กลางวันไม่มีอะไรจะทำครับ ก็เดินไปคุยไป พักไปแถวๆ ลานสนนั่นแหละ
อาหารกลางวันกลับมาที่พักแล้วเอาอาหารกระป๋องไปอุ่นไฟ
และแล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึงแล้ว เวลาเย็นนั่นเอง
หลังจากนั้นก็แยกย้ายกลับมาที่พักกันครับ เพื่อกินอาหารเย็น เช้าวันที่ 3 : 1 มกราคม 2550 เอาล่ะเมื่อเช้าอีกรอบก็ถึงวันที่พวกเราจะต้องลงจากภูกันแล้ว หลังจากอยู่กันมา 2 คืน
เก็บตกรายทางครับ
สำหรับขาลงนี้ผมลงมาถึงก่อนคนอื่นๆ ประมาณครึ่งชั่วโมง
จบแล้วครับ ข้อมูลการท่องเที่ยวแบบบ้านๆ ไม่หรูหราแต่เต็มอิ่มกับธรรมชาติ -/\- จบแล้วค๊า ยังไงก็ขอบคุณคำบรรยายของพี่โอ้เอ้ด้วยนะค่ะ -/\-
ฮาวทู ภูสอยดาว 1จากกระทู้ http://f0nt.com/forum/index.php?topic=8581.0 ของพี่โอ้เอ้ วันนี้ได้ฤกษ์ขโมยมาลงสเปซซะเลย
ในช่วงวันหยุดปีใหม่ที่ผ่านมานี้ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์มาครับ จากเดิมที่มีความตั้งใจว่าจะไปเที่ยวภูกระดึง แต่พบปัญหาคือ ผมไม่สามารถหาแนวร่วมไปด้วยได้เลย ![]() จนไปพบข้อความสั้นๆ ในจู๋ระบายอารมณ์ว่า "แตน" จะไปเที่ยวภูในช่วงปีใหม่ เอ้า เข้าทางเลย ก็เลยพยายามสอบถามไปว่าไปที่ภูไหน ก็ทราบว่าเป็นภูสอยดาว ด้วยความอยากเสียเหงื่ออย่างแรง เลยขอไปด้วยแบบหน้าด้านๆ เป็นผลครับ ผมมีโอกาสร่วมทริปในครั้งนี้ด้วย จากเดิมที่พยายามเก็บข้อมูลนำมาทำเป็นบทความเล็กๆ แนวๆ เล่าแบ่งประสบการณ์ เกี่ยวกับการไปเที่ยวภูกระดึง กลายเป็นว่าก็ต้องดองไว้ก่อน เพราะเป้าหมายเปลี่ยนแล้ว ก็เลยเป็นที่มาของ ฮาวทู ภูสอยดาวอันนี้ เนื้อหาไม่มีอะไรมากนะครับ เพราะเป็นผู้ตาม เขาไปไหนก็ตามๆ ไปไม่ได้คิดอะไรท่าไหร่ เอาเป็นว่าใช้ภาพเล่าเรื่องแล้วกัน ![]() การเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ ในการที่เราจะไปเที่ยวที่ไหนนั้นผมขอแนะนำว่าเราควรจะทำความรู้จักกับสถานที่นั้นๆ กันซะก่อน เพื่อที่จะได้เตรียมตัวและวางแผนการเดินทางและท่องเที่ยวกันได้อย่างถูกต้อง แหน่งข้อมูลที่จะหาได้สะดวกที่สุดก็คงจะไม่พ้นจากอินเตอร์เน็ตนี่แหละ กูเกลขาประจำของเรานี่เอง ในขั้นแรกเราก็ควรจะอ่านเหก็บข้อมูลให้ทราบถึงองค์ประกอบ และ "ฤดู" ที่เหมาะสมกับการท่องเที่ยว สำหรับภูสอยดาวนี้กับหน้าหนาวนั้น ไม่ใช่ฤดูของมันครับ เพราะขึ้นไปยังยอดภูเราจะเจอแต่หน้าแห้งๆ ฤดูที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวคือ ฤดูฝน จะเป็นช่วงที่มีพรรณไม้ ที่สวยสดงดงาม ข้อมูลอื่นๆ อยากรู้ถาม กูเกิลครับ http://www.google.co.th/search?q=ภูสอยดาว http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style1/default.asp?npid=193&lg=1 http://www.pahdongdoy.com/tell/phoosoidao/17-19_09_47/17190947.asp http://www.tourdoi.com/doi/phoosoidao/general.htm การเตรียมความพร้อมด้านร่างการ แน่นอนว่าการท่องเที่ยวแบบนี้ไม่ใช่เรื่องสบายๆ นอนโรงแรมหรูหรา ไม่ใช่เลย ![]() ต้องปีนต้องป่าย เดินป่า ฉนั้นก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมทางด้านร่างการกันสักหน่อย โดยขอเสนอท่าบริหารขาแบบง่ายๆ ให้รู้จักกัน ท่านี้ถูกใช้บ่อยๆ มากในราชการทหารเกณฑ์ ![]() "ท่าลุกนั่ง" โดยการยืนตรงแยกเท้าออกจากกันเล็กน้อย มื่อทั้งสองข้างเท้าเอา เรียกท่า "เตรียม" จังหวะ 1 - ย่อเข่าลง นำมือทั้งสองข้างแตะพื้นด้านหน้า จังหวะ 2 - ลุกขึ้นเข้าสู่เท่าเตรียม วังหวะ 3 - ย่อเข้ามาแตะพื้นเหมือนจังหวะ 1 จังหวะ 4 - คือจังหวะสุดท้าย ให้กลับมาสู่ท่าเตรียมอีกรอบหนึ่ง ทำครบ 4 วังหวะ เรียก 1 ยก วิธ๊นับคือ 1 2 3 1 1 2 3 2 1 2 3 3 1 2 3 4 ให้ทำแบบนี้ท้งเช้าและเย็นครับ โดยเริ่มจาก 10 ยก ไปถึง 20 ยก แล้วแต่ความแข็งแรง แล้วเพิ่มยกไปเรื่อยๆ ควรมีเวลาเตรียมตัวก่อนสู่สนามจริงสัก 1 อาทิตย์กำลังดีครับ แรี่ยวแรงจะได้อยู่ตัว ** สำหรับตัวผมเองสอบตกครับ ![]() ถึงเวลาของจริงผมตะคริวกินตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งทางเลย แถมหมดแรงข้าวต้มมัด แทบจะไม่มีแรงก้าวขาเลย เหตุและผลคือ "ไม่ฟิตครับ" ข้อแก้ตวรองคือ ผมนอนน้อย บวกกับ กินอาหารน้อยมากในวันก่อนที่จะขึ้นภูเดี๋ยวมีต่อครับเรื่องยังไม่จบ ![]()
![]() สำหรับในการท่องเที่ยวในลักษณะนี้การเตรียมของไปให้พร้อมเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะว่าเราเข้าป่าเข้าเขาไปแล้ว ไม่มีเซเว่นที่จะสามารถเลือกซื้อของได้ะครับ ข้างบนมีแต่หินกับต้นไม้ สำหรับการท่องเที่ยวที่ต้องมีการพักข้างแรม สิ่งที่สมควรมีติดตวไปด้วยมีดังนี้ - เตนท์ - ถ้ามีเป็นของส่วนตัวได้ก็ดีครับ ของผมเป็นแบบเตนท์โยน คือไม่ตั้งเสา ใช้ม้วนๆ แบบที่บังแดดในรถ - ถุงนอน - ไว้ห่มนอนป้องกันอากาศหนาวครับ - หมวก - ไว้ใส่กนแดด อื่นๆ (อันนี้ไปลอกมาจากอินเตอร์เน็ต ขี้เกียวพิมพ์แล้ว )1 เสื้อแขนยาว ใส่เดินป่า ๑ ตัว -ป่าเมืองไทยมีต้นไม้รกกว่าเมืองนอกนะครับ 2. เสื้อยืดแขนสั้น ๑ - ๒ ตัว 3. เสื้อ สำหรับใส่นอน ๑ ตัว (เพราะอากาศหลายที่เย็น-ชื้น) 4 . เสื้อกันฝน หรือปันโจ ๑ ตัว (หน้าฝน) 5. กางเกงขายาว ใส่เดินป่า ๑ ตัว 6. กางเกง สำหรับใส่นอน ๑ ตัว 7. เสื้อ กางเกง ใส่เดินทางปกติ ๑ ชุด (ตามสะดวก) -หลายคนไม่นำไป 8. หมวก หรือผ้าโพกศีรษะ (ผ้าขาวม้าก็ได้) 9. ชุดชั้นใน ๒-๓ ชุด (ตามความเหมาะสม) 10. ผ้าเช็ดตัว ๑ ผืน 11. ผ้าขาวม้า ผ้าถุง ใช้อาบน้ำ ๑ ผืน 12. ถุงเท้า ๒ - ๓ คู่ (ส่วนถุงเท้ากันทาก-ตามสะดวก) 13. รองเท้าหุ้มส้น หรือหุ้มข้อ ใส่เดินป่า ๑ คู่ 14. รองเท้าแตะ ๑ คู่ 15. หวี หรือแปรงผม ๑ อัน (ตามสะดวก) 16. แปรงสีฟัน ๑ ด้าม (ตามสะดวก) 17. แป้งทาตัว ของใช้ส่วนตัวอื่นๆ (ตามสะดวก) 18. ยาสีฟัน สบู่ แชมพูสระผม (ตามสะดวก) 19. ยาทากันยุง กันแมลง 20. ยาสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว 21. พลาสเตอร์ปิดแผล และยาสามัญทั่วไป (ถ้ามี) 22. ถุงพลาสติกใหญ่ ๒ ใบ (ใช้ใส่เสื้อผ้า-ผ้าเปียก) 23. ช้อน ๑ คัน 24. แก้วน้ำ ๑ ใบ (อาจใช้อย่างอื่นแทนได้) 25. กระติกหรือ ขวดใส่น้ำดื่ม ๑ ใบ 26. ไฟฉายพร้อมแบตเตอรี่ ๑ กระบอก 27. มีดพก มีดพับ ใช้ทำอาหาร ๑ เล่ม 28. เป้ ใส่สัมภาระ ๑ ใบ 29. ปากกา ๑ ด้าม หรือดินสอ 1 แท่ง 30. สมุดบันทึก ๑ เล่ม 31. กล้องส่องทางไกล ๑ อัน หรือแว่นขยาย (ถ้ามี) 32. เต็นท์ / เปลนอน 33. ผ้าพลาสติกปูพื้น และกันฝน ๑ - ๒ ผืน -โดยเฉพาะหน้าฝนและหน้าหนาวที่มีน้ำค้างแรง 34. ถุงนอน ๑ ใบ หรือผ้าห่ม 1 ผืน 35. หม้อสนาม ๑ ใบ 36. กล่องใส่อาหารกลางวัน ๑ ใบ (ใช้แทนจานได้ด้วย) - ทำให้คุณไม่ต้องใช้ถุงพลาสติค 37. มีดเดินป่า ใช้หาฟืน ๑ เล่ม (ควรมี) 38. ไฟแช๊คแก๊ส ๑ อัน 39. เทียนไข ขนาดกลาง ๓ เล่ม 40. เชือกใช้ยึดเต็นท์ หรือทำราวตากผ้า ยาว ๓ - ๕ ม. รายการดังกล่าวเหมาะแก่การเป็น check list นะครับ เผื่อเหลือเผื่อขาด ที่ผมเตรียมไปก็อาสัยจากรายการนี้แหละ
เริ่มการเดินทางกันเลยดีกว่า
การเดินทางผมไม่ขอเล่ามากมายนะครับ เพราะกว่าผมจะได้ไปเนี่ย แผนการเดินทางเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก จนผมเริ่มจะ... เอาเป็นว่าถาจะไปที่ภูสอยดาวนี้ การไปด้วยตัวเองและไปกบรถโดยสารประจำทาง เป็นอะไรที่ไม่เหมาะอย่างมากครับ เพราะเส้นทางที่ว่าจะไปถึงที่ทำการอุทยานฯ ไม่ใช่ใกล้ๆ เลย ต้องเข้าไปลึกมาก แถมเส้นทางยังกับงูเลื้อย ซ้าย... ขาว.... ซ้าย.... ขวา.... ซ้าย... ขาว.... ซ้าย.... ขวา.... ซ้าย... ขาว.... ซ้าย.... ขวา.... ![]() งานนี้กว่าจะไปถึงที่ทำการอุทยานฯ เพื่อนร่วมทริปเมารถกันเป็นทิวแถว ![]() งานนี้มีพี่ชายของเพื่อนแตน เป็นคนในพื้นที่ครับ และทำหน้าที่พาพวกเราไปยังจุดหมายปลายทาง โดยช่วยเรื่องค่าน้ำมันกันไปคนละเล็กละน้อย บรรยากาศสองข้างทาง เรานั่งกันไปที่กะบะท้ายครับ
ระยะทางจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ไปยังที่ทำการอุทยานฯ ใชเเวลานั่งรถไปประมาณ 2 ชั่วโมงครับ
ระยะทางเท่าไหร่นั้นไม่แน่ใจ น่าจะสัก 80 กิโลเมตรได้ล่ะ ด้วยทางที่คดเคี้ยว จึงไม่สามารถจะไปได้เร็วกว่านี้ได้ ไม่รู้ใครปล่อยข่าวว่า 8 กิโลเมตร 8 กิโลแม้วล่ะสิ ไกลน่าดูชม ![]() มาถึงที่ทำการแล้วครับ วันนั้นนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะขึ้นภูสอยดาวมีจำนวนมากเลยที่เดียว สำหรับใครที่มาช้าลูกหาบหมดก็ต้องแบกสัมภาระไปกันเอง
สำหรับค่าบริการลูกหาบตกอยู่ที่ กิโลกรัมละ 15 บาทครับ ในทริปนี้เราไปกันทั้งสิ้น 6 คน
มีสัมภาระรวม 136 กก. ![]() อ้อ ที่หนักส่วนหนึ่งคือเป็นน้ำหนักของน้ำที่เราต้องซื้อขึ้นไปข้างบนด้วยครับ เพราะด้านบนน้ำแห้ง ไม่มีน้ำดื่ม น้ำใช้ก็หายากต้องลำบากเดินทางไกล ♫ แน่นอนว่าตลอด 3 วัน 2 คืน ที่พวกเราไปอย่ด้านบนภูสอยดาว เราไม่ได้อาบน้ำครับ ![]() โฉมหน้าเพื่อนร่วมทริปในครั้งนี้ครับ มีทั้งสิ้น 6 คน ในรูปมี 5 เพราะอีก 1 คือคนถ่าย
![]() งานนี้ผมหล่อที่สุดครบ เพราะเป็นสาวๆ ซะ 5 คน ผมเป็นชายเพียงหนึ่งเดียว ถ่ายรูปที่ป้ายน้ำตกที่ด้านล่าง คือด้านล่างจะเป็นน้ำตกภูสอยดาวครับ หน้าหนาว น้ำน้อยไม่ค่อยสวยเท่าไหร่
จากรูปกลมมากเลยผม
![]() ทางขึ้นในตอนแรกๆ มีเป็นบันได้พอให้เดินสะดวกอยู่ครับ แต่พอระดับเรื่มสูงไปเรื่อยๆ จะเป็นแค่โขดหิน
รูปนี้จะบอกระดบความชันของเส้นทางได้เป็นอย่างดีครับ เกือบ 80 องศา ต้องปีนป่ายกันอย่างเดียว
รูปสภาพโดยท่วๆ ไปครับ คือในวันที่เราขึ้นรูปที่ถ่ายนั้นน้อยมากครับ ไม่สะดวกจะถ่าย แค่นำร่างกานคืบคลานไปได้ก็บุญแล้ว ![]()
ข้ามลำธารโดนเดินผ่านทางต้นไม้ที่ล้มพาดระหว่างสองฝั่ง
บรรยากาศโดยทั่วไปครับ นี่เป็นช่วงขาลงนะ แต่เอามาดูรวมๆ ตรงนี้แล้วกัน เพราะขาขึ้นแทบไม่ได้ถ่ายเลย
ที่ไม่ได้ถ่ายเพราะ.....
แวะพักกินอาหารกันข้างๆธารน้ำ เอาเรี่ยวแรงกันหน่อย
โดยนี่คืออาหารมื้อเที่ยงของเราครับ มีไก่ทอด หมูปิ้ง ไส้อั่ว และข้าวเหนียว ![]()
ผมกินมื้อนี้ก็ยังกินน้อยอยู่ อายสาวๆ ยังไม่คุ้นเคย ![]() หารู้ไม่ว่า ณ ตำแหน่งที่อยู่ขณะนั้น ยังไม่ได้เริ่มของการเดินทางเลย ระยะทางบอกว่า 6.5 กิโลเมตร แต่เป็นแนวทางที่วัดจากน้ำตกถึงลานสนบนยอดภู ซึ่งหากนับระยะทางกันจริงๆ ความรู้สึกผมบอกว่า น่าจะเกือบๆ 10 กม. ![]() เมื่อเดินทางไปได้สักระยะ ทริปของเราก็โดนแยกออกเป็นสองกลุ่ม
เป็นเพราะสังขารผมมันไม่อำนวนครับ ตะคริวกิน ![]() 4 สาว เขาจึงนำไปกันก่อน ซึ่งเป็นความคิดที่ถูกแล้วครับ ในกรณีแบบนี้ไม่ควรรอกันครับ ใครที่พอไหวให้เดินนำไปก่อนเลย ถ้าไปถึงก่อนจะได้จัดการรับสำภาระที่ทางลูกหาบแบกขึ้นไป จัดการตั้งเตนท์ และหุงหาอาหารเพื่อกินในมื้อเย็นครับ
ดูพละกำลังองลูกหาบครับ ในวันนั้นมีนักท่องเที่ยวมากกว่าปกติ ลูกหาบจึงถูกกำหนดให้ต้องแบกของหนักกว่าปกติ ผู้ชายประมาณ 50 กก. ผู้หญิงประมาณ 30 กก. ลูกหาบของเราชื่อพี่ ประกอบ ครับ รายนี้แข็งแรงมากรับน้ำหนักกว่า 60 กก. แถมพี่แกวันนั้นขึ้นลงถึง 2 รอบ ![]() ผมกับแตนนั่งพักไปเรื่อยๆ ตลอดการเดินครับ เพราะผมไม่ไหวแล้ว
![]() พักไปก็ทักทายกับกลุ่มอื่นๆ ไปตลอดทางเลย เชื่อว่านักท่องเที่ยวเกินกว่าครึ่ง บนภูสอบดาว รู้จักเราสองคน เพราะทักกันตลอดทางเลย แล้วคนเหล่านั้นล้วนแต่แซงเราไป ![]()
วันนั้นกว่าจะไปถึงลานสนได้ ก็คือเวลา 1 ทุ่มครับ มืดแล้ว ดีที่ผมเครียมใจเอาไว้แล้วว่าต้องมืดแน่ๆ ผมเลยติดไฟฉายมากับตัวด้วย อ้อ สำหรับที่ภูสอบดาวนี้ หลังเวลาบ่าย 2 โมงไปแล้ว เขาไม่อนุญาตให้ขึ้นแล้วนะครับ เพราะมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะมืดซะก่อนที่นักท่องเที่ยวจะไปถึงลานสน อีกอย่าง ควรไปถึงที่ทำการไม่เกินเที่ยง เพราะลูกหาบอาจจะหมดได้ หากลูกหาบหมด นั่นหมายความว่าเราจะต้องแบกสัมภาระทั้งหมดขึ้นไปด้วยตัวเองครับ ซึ่งนั้นไม่ใช่อะไรที่สนุกเลย แค่ไปตัวเปล่าก็แย่แล้ว ในวันนั้น นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งที่ไปช้า และลูกหาบหมด ส่วนหนึ่งจึงต้องกางเตนท์นอนที่ด้านล่างของอุทยานฯ ครับ คำแนะนำอีกหนึ่งอย่างคือ .. ควรติดไฟฉายไว้กับตัวครับ เพราะในกรณีฉุกเฉินมันสามารถช่วยเราได้ ยาทา ยานวดก็สมควรครับ เพราะเราไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้เลยว่าเราจะเป็นตะคริวหรือเปล่า วันแรก พอไปถึงกินข้าวเสร็จผมก็นอนเลยครับ ไม่ต้องทำอะไรแล้ว ปวดขาที่เป็นตะคริวมากๆ การเป็นตะคริวตักกำลังผมไปเยอะมากๆ ยืดขาก็ไม่ได้ ต้องงอไว้ตลอด ปล. ลูกหาบเขามีวิธีแก้การเป็นตะคริวโดยการอมเกลือป่นไว้ในปากครับ แล้วก็ค่อยกลืนแล้วดื่มน้ำตาม ไม่แน่ในว่าวิธีนี้ได้ผลมากน้อยแค่ไหน แต่ผมก็ทำตามแล้ว โดยได้เกลือจากพี่ๆ ลูกหาบที่แบ่งเกลือมาให้ หมดแล้วครับ วันแรก กับคืนแรก เดินอย่างเดียว ![]() อ่านทั้งหมดที่เพื่อนๆเข้าไปตอนตามลิงค์ที่ให้ไปข้างบนนะคะ
January 08 Blog Tag...
..
.
ในที่สุดก็โดนจนได้ กับ Blog Tag
Blog Tag คืออะไร
Blog-Tag คือกิจกรรมอะไรสักอย่างที่คน ๆ หนึ่งเล่าเรื่องของตัวเอง 5 เรื่อง แล้วก็ส่งต่อให้คนอื่น ๆ ต่อไปอีก 5 คน ทีนี้
เหยื่อที่โดน tag มา (เอ่อ การส่งต่อนั่นล่ะเรียกว่า tag) ก็เล่าเรื่องของตัวเอง 5 เรื่องแล้วก็ tag ต่อไปอีก 5 คน เรื่อย ๆ เรื่อย ๆ เรื่อย ๆ ... .
ชาวบล๊อกทั้งหลายที่เป็นเซียนหุ้น เซียนโปรแกรมมิ่ง เซียนหนังอยู่ดี ๆ จะมาเขียนอะไรอย่างนี้ก็หลุดคอนเซปต์แย่สิ นั่นแหละ เขาต้องการอย่างนั้นแหละ เผยแง่มุมของคุณที่คนอื่นไม่เคยรู้ จะได้รู้จักกันมากขึ้นไง สังคมอินเตอร์เน็ตจะได้หลุดพ้นจากสภาวะ
"คุยกับใครก็ไม่รู้" "นี่คือโลกเมทริกซ์ของฉัน" "กูจะเกรียนซะอย่าง มึงทำอะไรกูไม่ได้หรอก สาดดดดด..." สักหน่อย
^
^
^
อันนี้ลอกมาจาก http://iwoolf.blogspot.com/
ไหนๆก็โดนเข้าแล้ว มาเริ่มเลยดีกว่า
1.เรื่องแรกเอาแบบช๊อคๆไปเลยดีกว่า เราเกิดวันที่ 22 ธันวาคม ซึ่งอันนี้หลายๆคนรู้ดี แต่ที่คนอื่นไม่รู้เลยก็คือ
ในวันที่22 ธันวาคม 2532 ซึ่งเป็นวันเกิดเราตอนอยู่ป.2 เราได้เดินทางไปกับครอบครัวเพื่อไปเที่ยวเชียงใหม่กัน
คืนที่เดินทางนั้นเอง เราได้ประสบอุบัติเหตุรถชน แน่นอนยอมมีการบาดเจ็บเกิดขึ้น
เราบาดเจ็บ หัวแตก กับเคล็ดขัดยอกเล้กน้อย ซึ่งตรงข้ามกับแม่เรา
...
..
.
แม่เราเสียเพราะกอดเราไว้
น้องเราเสียแม่ตั้งแต่อายุ 4 เดือน
...
..
.
บอกแล้วชีวิตมันเศร้า
2.พอป.3 เราต้องไปอยู่โรงเรียนประจำ โอเค! เด็กๆไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ตูเหงา อยากอยู่บ้านอยู่กับพ่อ กับพี่ กับน้อง
เวลาเค้าไปเที่ยวแล้วมาเล่าให้เราฟังว่าไปนู้นมาไปนี่มา อืม ... ตูอิจฉา ได้อยู่กับพ่อแล้วยังได้เที่ยวกันอีก
ตูอยู่โรงเรียนประจำกับเพื่อนที่เพิ่งเจอกันได้ไม่นาน
^
^
^
แค่นี้ลับพอมั้ย
3. เป็นลูกผู้หญิงคนเดียวของบ้าน และเป็นลูกคนกลางของบ้าน ( โลกมันโหดร้านพอมั้ย )
4.ได้เริ่มเรียนคอมพิวเตอร์ตอนม.1 ใช้ไม่เป็นเลยยยย สอบตกด้วย รวมถึงภาษาอังกฤษที่ได้เรียนตอนป.3 ทำให้เรียนไม่ทันเพื่อน
เพราะฉะนั้นเรียนได้เกรด2ก็ดีใจแล้ว
5. เพื่อนมีเยอะแต่เพื่อนสนิทไม่แน่ใจว่ามีหรือเปล่า คือเราไม่รู้ว่าเพื่อนคิดอย่างไรกับเรา
-- จบ --
เอาโว้ยจะแท๊คใครต่อดีนะ คนนั้นก็โดยไปแล้ว คนนี้ก็โดนไปแล้ว เอาเป็นว่า แท๊คให้
1. เจ๊อ้อน พี่ทอมที่ทำงาน
2. จ๋า เพื่อนสาวที่พหฤทัย
3. เพื่อนเอ๋ เพื่อนที่ทำงาน
4. หนูยุ้ย น้องสาวที่น่ารักที่หอการค้า
5. เพื่อนเหมียว แอร์สาวการบินไทย ( ว่างก็ช่วยๆกันหน่อยเนอะ )
December 20 งานราชพฤกษ์ @ จ.เชียงใหม่ วันที่ 4-9 ธันวาคม 2549เรื่องเล่าวันเดินทาง
วันที่ 4 ธ.ค. 49 เวลา 18.40 น. สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสุขุมวิท
18.15 น. ออกจากออฟฟิต จริงๆแล้วขึ้นที่สถานีพหลโยธิน ( ออกสายกว่าที่จะตั้งใจไว้ คือตอน 17.00 - 17.15 น.
ในใจนึกลุ้นว่าจะไปทันมั้ยเนี้ย ? It's a bad day!! วันนี้ทั้งวันทำแต่สกู๊ปบัตรเครดิตไทยพาณิชย์
ซึ่งกว่าจะได้ร้านอาหารอีก 2 ร้านก็ตั้งบ่าย 2
18.42 น. ถึงสถานีศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พ่อโทรมาถามว่าถึงสถานีรถไฟยัง (-_-" ) ยังไม่ถึงเจ้าค่ะ
ตอนแรกพ่อตกใจว่าทำไมยังไม่ถึง แต่พอบอกว่ารถออก 17.20 น. พ่อก็เลยบอกว่ายังทัน ^^@
แล้วพ่อก็บอกว่าขึ้นรถแล้วโทรบอกด้วยละ
18.45 น. ในที่สุดก็ถึงสถานีลุมพินีแล้ว เย้!! อีก 3 สถานีเท่านั้น สู้ สู้
( หวุดหวิดจริงๆ -/\- ขอบคุณเทคโนโลยีโทรคมนาคม ที่ทำให้เดินทางได้เร็วขึ้น ไม่อย่างงั้น
ดิฉันได้นอนอยู่บ้านแน่นอน (-_-" ) )
18.50 น. ในที่สุด ในที่สุด!! \ ^_^ / ถึงแว้วววว หัวลำโพง
มาตอนนี้ก็โล่งใจที่ถึงซะที ก็เลยซื้อของนิดหน่อย เข้าห้องน้ำ เตรียมตัวขึ้นรถไฟแล้ว
19.00 น. ถึงชานชลาที่ 10 เชียงใหม่ด่วนพิเศษ
แต่เวลาผ่านไป เลทไป 20 นาที ได้ขึ้นรถ ทุ่ม 40
19.40 น. ขึ้นรถขบวนที่ 1 ที่นั่งเบอร์ 34 ( ติดหน้าต่าง ) ตอนนี้หิวแล้วนะ ><" เมื่อไหร่จะได้กินข้าวนาห์
( ขอบอกว่าข้าวไม่อร่อยเลย แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีกิน )
< ตอนนี้ถ้าถามว่า กลัวมั้ยที่จะต้องขึ้นรถไฟคนเดียว ก็ถามบอกได้เลยว่า " ไม่กลัวแล้ว"
คนเราเวลาที่ทำอะไรครั้งแรกมักยากเสมอ แต่ถ้าทำได้มันก็ไม่เกินความสามารถของเรา >
22.20 น. ถึงลพบุรี ตี 5 ถึงลำปาง
8.45 น. ถึงเชียงใหม่ มาถึงเลทไป 1 ชั่วโมง น้าพีมารอรับแล้ว
วันที่ 5 -6 ธันวาคม 49 เวลา 14.00 - 19.00 น.
ไปเที่ยวงานราชพฤกษ์ * กาแฟลาวอร่อยดี
วันที่ 7 ธันวาคม 2549
ไปเที่ยวสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ที่อ.แม่ริม
ดอกไม้สวยมาก ค่าเข้าก็ถูก แค่ 20 บาทเอง ( อยากให้คนไปดูเยอะๆ จัง
วันที่ 9 ธันวาคม 2549
เดินทางกลับจากเชียงใหม่
*สรุป ไปครั้งนี้ไม่ปลื้ม
October 04 เรื่องขี้ๆเมื่อเดือนที่แล้ว ( เดือนกันยายน 2549 ) เกิดอาการป่วยอย่างแรง
ซึ่งเป็นช่วงที่มีการใช้บั้นท้ายอย่างหนักหน่วงที่สุดของปีนี้
เลยก็ว่าได้ เอาเป็นว่า ... ช่วงเดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ออกกอง
ถ่ายสกู๊ปสินค้าเยอะมาก
เจอทั้งอากาศที่ร้อน , ฝนตด โดนแอร์ แบบว่า seasonschange มากมาย
ก็เลยเริ่มไม่สบายมาตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 49 คือเริ่มเจ็บคอ + มีไข้นิดนึง
พอวันที่ 19 ก.ย. 49 ก็มีไข้ + ปวดท้อง ( อาเจียน ) ก็เลยไปหาหมอ ผลก็คือเป็นไข้แล้วก็อาหารไม่ย่อย
เอาละเท่านั้นไม่พอ พอกลับถึงบ้านก็อาเจียนแล้วก็ท้องเสียตลอดเวลา
( แบบว่าเสียงท้องร้องโคลกคลากมากมาย
ซึ่งคืนนั้นนอนไม่หลับทั้งคืน ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่ทหารเค้าปฎิวัติด้วยละ
วันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันที่หมอนัดไปทำฟันด้วย
ก็เลยโทรไปหาหมอบอกว่าไปไม่ไหวเพราะว่าป่วยหนักจ๊ะ
แล้วหมอก็บอกกลับมาว่า " ไม่เป็นไรครับ ... เพราะผมก็อาหารเป็นพิษเหมือนกันครับ "
วันที่ 20 ก.ย. 49 ก็นอนปวดท้องอยู่ที่บ้าน คือถ่ายท้องทั้งวัน ถ่ายจนเจ็บไปหมด
ตอนกลางคืนก็นอนไม่หลับเนื่องจากปวดท้องถ่ายมากๆ
วันที่ 21 ก.ย. 49 วันนี้มีถ่ายรายการปลาเก๋า ราดพริก เอาโว้ย!! ตูจะไปได้มั้ยเนี้ย
ผลปรากฏว่าปวดท้องมาก ( ท้องเสีย ) สุดชีวิต ก็เลยต้องไปหาหมออีกครั้ง
หมอบอกว่า " อาหารเป็นพิษ " โทษที่เหอ ... ไอ้ที่ตูปวดท้องมาตลอดเนี้ย
คืออาหารเป็นพิษเหรอ ? ดีจริงนะ ... สรุปว่าตูก็ไม่ได้ไปถ่ายปลาเก๋า
เพราะว่า ตู ปวดดดดดดดท้องงงงงงงงโว้ยยยยยยย!!!!!
เอาเถอะ ... ถึงตอนนี้ตูจะไม่ขี้ทุกที่ ที่มีส้วม แล้วก็ตามแต่ตูก็ยังเจ็บตูสไม่หายเลย
เจ็บปวดดดดทุกครั้งที่ขี้ แต่ตูก็จะทนต่อไป เพราะเรื่องอย่างงี้ ... ห้ามยากส์
August 07 เหงาๆใกล้วันแม่อีกแล้วซินะ ... เหงาจังเลย
อยากกอดแม่จังเลย ....
แต่ ... ไม่เป็นไรคะ เพราะแม่อยู่ในใจของแตนเสมอ
และแตนก็มีพ่อ , พี่ตั้ม และเตอร์ด เป็นกำลังใจอยู่แล้ว
วันนี้เลยมีเพลงมาให้ฟังกันจ๊ะ
June 27 สุขภาพ127 มิถุนายน 2549 เวลา 17.48 น.
เจ็บลิ้นนนนนนนนนนนนน
เจ็บมา 2-3 วันแล้ว
( ก็มันเป็นแผลอะ )
ดูเหมื่อนตอนนี้เริ่มปวดหัวคล้ายจะมีไข้
'ไมชีวิตมันถึงเป็นอย่างนี้
แถมเพิ่งรู้ว่าพี่ที่รู้จักกันก็ไม่สบายมาก ( จะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 2 ปี )
ชีวิตคนเราเนี้ยไม่มีความแน่นอนจริงๆ ฉะนั้นพวกเราทุกคนก็ต้องใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่สุด
ไม่แน่นะ ... วันพรุ่งนี้เราอาจจะตายก็ได้ .... จริงมั้ย
หรือว่าทุกๆคนว่าไม่จริง?
.
.
.
.
แล้ววันนี้เราทำอะไรให้ตัวเอง, ครอบครัว หรือคนรอบข้างมีความสุขหรือยัง
June 04 สุขภาพ4 มิ.ย. 49 เวลา 20.12 น.
สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ กูเปื่อยอีกแล้ว
วันพฤหัสบดี ที่ 1 มิถุนายน 2549
เจ็บคอตั้งแต่เมื่อวาน + มึนหัว
* ฝนตก ตากฝนนิดนึงตอนเดินออกจากออฟฟิต
วันศุกร์ ที่ 2 มิถุนายน 2549
เจ็บคอมากขึ้น , หายใจไม่ค่อยออก , มึนหัว และเท้าซ้ายบวม
* ฝนตก แต่ไม่ได้ตากฝน ** ไปร้องเกะกะกินหมากระทุกับสาวก + ยักษ์ f0nt.com
วันเสาร์ ที่ 3 มิถุนายน 2549
เจ็บคอมากขึ้น , หายใจไม่ค่อยออก , มึนหัว
ไปงาน T - Shirt Fest.2 @ ท่าเรือทศภาค
ตรงข้ามกรมศุลกากร
{ เหนื่อยมากกกกกกกกกกก คนเยอะมากกกกกกกกกด้วย
งานนี้ได้เจอสนุ๊กเกอร์ด้วยละ ตอนไปถึงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน
สถานีศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ฝนตกด้วย
พอไปถึงงานฝนก็ตกอีกกกกกกกก ตากฝนอีกแล้วกู
ตอนเย็นกลับบ้านมาพบว่าไอ้เตอร์ดตัวร้อนจี๋เลย
{ ไม่ต้องสงสัยมันคงติดจากกู
พ่อเลยพาไปหาหมอแบบแพ็คคู่ฟะ
ตอนแรกก็คิดว่าเป็นหวัดธรรมดา แต่จริงๆแล้ว .....
เป็นมากพอควร
ตอนรอเข้าไปตรวจสถานการณ์ จำลองบทสนทนาดังนี้
องค์ที่ 1 หน้าห้องตรวจ
พยาบาล : คุณรัชชพรคะ เชิญช่างน้ำหนักกับวัดความดันคะ
พยาบาล : น้ำหนัก ........ ( เออ
พยาบาล : ความดัน 100/60 * { แล้วพี่พยาบาลก็อึ่งไปนิดนึง }
|
|
V
จะอึ่งทำไมฟะ
* ใครรู้ว่ามันมีความหมายว่ายังไงก็ข่วยบอกด้วยละกัน
รอซักครู่นะคะเดี๋ยวคุณหมอเรียกนะคะ
พยาบาล : คุณรัชชพรคะ เชิญพบคุณหมอคะ
องค์ที่ 2 ในห้องตรวจ
มีความรู้สึกว่าเวลาหายใจลมหายใจมันร้อนๆ
เสมหะไปค้างอยู่ที่จมูกเลยทำให้หายใจไม่ออก ... อ้าปากซิครับ
ยาแก้อักเสบ แล้วก็ยาพ่นจมูกไปนะครับ
สรุปว่างานนี้เสียตังค์ไปหลายๆเด้อคะเด้อ
เพราะฉะนั้นพวกเรามารักษาสุขภาพกันเถอะ
ช่วงนี้ฝนก็ตกบ่อย ดังนั้นขอให้ทุกๆท่านรักษาสุขภาพแข็งแรงเน้อ
ด้วยรัก
แตนเปื่อย
May 08 เสน่ห์บทพูดคุยทางโทรศัพท์ ระหว่างข้าพเจ้า และเพื่อนผู้ชายคนหนึ่ง
( ตัดตอนจากข้อความจริงๆที่พูดกัน )
แล้วของมึงละ
เหรอ ...
เพลงเพราะๆวันนี้ เป็นเพลงหนึงเพลงจาก Ost. NANA ( มีคำแปลด้วยนะ )
ขอบคุณ คุณ bigwores
( จากเวปพันทิพห้องเฉลิมไทยด้วยคะ สำหรับ เนื้อเพลง + คำแปล
REIRA starring YUNA ITO - ENDLESS STORY If you haven't changed your mind soba ni ite hoshii yo Tonight ถ้าหากเธอไม่ได้เปลี่ยนไป ฉันอยากให้เธออยู่เคียงข้างฉันในคืนนี้ tsuyogaru koto ni tsukareta no osanasugita no Everytime I think about you baby ima nara ieru I miss you It is hard to say I'm sorry ก่อนนี้ฉันเคยทำเป็นเข้มแข็ง ช่างเด็กเหลือเกิน ทุกๆวันเวลา ตอนนั้น เธออยู่ในทุกห้วงคำนึง ตอนนี้ ฉันอยากบอก “คิดถึงเธอ” มันยากนักที่จะเอ่ย ขอโทษนะ *tatoeba dareka no tame ja naku anata no tameni utaitai kono uta wo owaranai story tsudzuku kono kagayaki ni Always tsutaetai zutto eien ni และฉัน อยากจะร้องเพลง เพลงนี้ ถนอมทุกถ้อยมิใช่ใคร มอบแด่คุณ เรื่องราวของความรักที่ไม่เคยดับสิ้น อยู่ในแสงที่ส่องทอดประกายนั้น ฉันอยากจะเอ่ย กับคุณตลอดกาลและตลอดไป Memories of our time together kesanaide kono mama don't go away ความทรงจำ ช่วงเวลาที่ร่วมกัน ของเรา อย่าให้มันสูญไป พวกเราจะเป็นอยู่เช่นนั้น เช่นเดิมไม่เปลี่ยนไป atatakaku tokedashite tashikameru no yasashisa no shizuku kono mune ni hirogatteku setsunai hodo ni I'm missin' you kasaneta te hanasanaide มาเริ่มต้น หลวมละลายด้วยความอบอุ่น และมั่นใจ หยาดหยดของความเมตตาแผ่ไปทั่วอ้อมอกนี้ ฉันคิดถึง แต่มันก็แสนเศร้า อย่าจากไป จากมือที่เกาะกุ้มกันเลย tatoeba kanau nara mou ichido anata no tame ni utaitai kono uta wo owaranai story taema nai itoshisa de tell me why oshiete yo zutto eien ni ในครานี้ หากคำอธิฐานนั้นเป็นจริง ฉันอยากร้องเพลงนี้เพื่อคุณอีกครั้ง เรื่องราวที่ไม่มีวันจบสิ้น ความรักชั่วกัลปาวสาน ...บอกฉัน ว่าทำไม ตลอดกาลและตลอดไป April 05 เชงเม้งวันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน 2549
นอกจากวันนี้จะเป็นวันเลือกตั้งแล้ว ยังเป็นวันเชงเม้งด้วย แตนไปไหว้ทั้งหมด 3 ที่
ซึ่งเหนื่อยและร้อนมากกกกกกกก
พอไหว้เสร็จก็ไปกินข้าวกันที่ร้านทวีชัย เหอ .... ปูนิ่มทอดกระเทียมอร่อยมาก
หลังจากนั้นก็ไปเลือกตั้งละ ( ไม่บอกหรอกว่าเราเลือกอะไร อิอิ
พอกลับมาถึงบ้านประมาณ 4 โมงกว่าๆ
.....
....
...
..
.
แสดงว่าเหนื่อยมากกกกก
ปล. ตื่นมาก็มานั่นซักผ้าจนหน้ามัน
ปอ. เมื่อวานไปงานสัปดาห์หนังสือมาแบบหงุดหงิดสุดๆ March 27 My old songถึงจะเลยวันวาเลนไทน์ไปแล้ว แต่ก็ยังชอบเพลงนี้ นะจ๊ะ
My Valentine - Jim Brickman feat.Martina Mcbride
If there were no words
No way to speak I would still hear you If there were no tears No way to feel inside I'd still feel for you And even if the sun refuse to shine Even if romance ran out of rhyme You would still have my heart Until the end of time You're all i need My love, my valentine All of my life I have been waiting for All you give to me You've opened my eyes And showed me how to love unselfishly I've dreamed of this a thousand times before In my dreams i couldnt love you more I will give you my heart Until the end of time You're all i need My love, my valentine La da da Da da da da And even if the sun refuse to shine Even if romance ran out of rhyme You would still have my heart Until the end of time Cuz all i need Is you, my valentine You're all i need My love, my valentine ปล. ใครก็ได้แปลเพลงนี้ให้ที่ |
|
|