More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  ๑۩۞۩๑ TaaN ๑۩۞۩๑PhotosProfileFriendsBlog Tools Explore the Spaces community

Blog

January 03

สายลม

ศิลปินในดวงใจอีกคนหนึ่งที่ชอบมากๆเลย ก็คือ พี่เจนนิเฟอร์ คิ้ม ( พี่เค้าร้องเพลงได้ไพเราะมากๆ ยิ้มแฉ่ง )
 
เพลงล่าสุดที่พี่เค้าร้องเป็นเพลงประกอบละครเรื่องอะไรไม่รู้ แล้วเพลงนี้มันก็ไปรวมอยู่ในอัลบัมชื่ออไรก็ไม่รู้
 
ประมาณว่ามีหลายๆศิลปินอยู่ในอัลบัมเดียวกันอะ เพลงนี้เป็นของ rs นะ ( พี่เค้าเป็นศิลปินอิสระ ร้องกับใครก็ได้ )
 
...
 
..
 
.
 
เพลงสายลม - เจนนิเฟอร์ คิ้ม
 
 

ไม่รู้ว่านานเท่าไร ที่ฉันและเธอห่างไกลตั้งแต่วันนั้น

อยากขอแค่เพียงสักวัน ให้เราได้มาพบกันเหมือนวันเก่า

*แม้ไม่อาจเป็นดั่งใจที่ต้องการ เราต่างรู้

คงไม่นานเกินเฝ้ารอ จะจำไว้เสมอ

เมื่อใดที่สายลมพัด ดั่งมีความรักมาช่วยปลอบความเหงาใจ

**ไม่ว่าตัวเธออยู่ไหน ลมจะเป็นเหมือนใจที่ห่วงใยกัน

เพราะรักแท้ก็เหมือนลมที่โอบกอดฉัน

แม้มองไม่เห็นแต่ฉันรู้สึกถึงเธอ…

แค่นึกว่าได้เจอกัน หรือว่าพบในฝัน ฉันก็สุขใจเหลือเกิน

ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอ…จะเป็นแบบเดิมและคิดถึงกันหรือเปล่า

ซ้ำ *,**

ลมจะพัดมาจากทิศใดก็ตาม

สายลมเป็นดั่งเป็นสายใยเชื่อมใจเราไว้ไม่ขาด

ให้เราผูกพันแม้ต้องห่างกัน…

ซ้ำ **

แม้มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้เสมอ…

 

 

December 07

เพลงถ้าโลกนี้ไม่มี

เพลงนี้เพราะดี ได้ฟังมานานแล้วแต่ไม่รู้ชื่อเพลง คราวนี้ทราบแล้วเลยเอาเนื้อเพลงมาลงซะเลย อิอิ
 
ถ้าในโลกนี้ไม่มี
ศิลปิน : เบล สุรพล (วงพาย)
เพลง ถ้าโลกนี้ไม่มี
ศิลปิน เบล สุรพล (วงพาย)
อัลบั้ม DIY by Narongvit

ถ้าในโลกนี้ไม่มี ... สิ่งเตือนความจำให้คิดถึงอดีต
ไม่มีเพลงให้ได้ยิน ... ไม่มีรูปของสองเราสักใบ ... ให้เห็นยามห่างไกล

* ทุกเรื่องราว ที่เกิดกับสองเรา ทุกนาที ไม่ว่าจะดีร้าย
   จะไม่เลือนหายไป ... ตามวันและเวลา

** ฉันจะเก็บความทรงจำ ... ไว้ในลมหายใจ ...ที่มีอยู่ จะดูแลให้ดี
ไม่ต้องมีของ ... เพื่อเตือนความทรงจำ ... เพราะมันไม่สำคัญ
มากไปกว่าเก็บไว้ในลมหายใจตลอดไป ...

ถ้าโลกนี้ไม่มีกระดาษให้ฉันเขียน ... เพื่อบันทึกอดีต
ไม่เคยได้ข้อความอีก ... ไม่ผ่านไปที่สองเราเจอะกัน ... ให้นึกถึงวันนั้น 
ซ้ำ *,**
solo
ไม่ต้องมีของ ... เพื่อเตือนความทรงจำ ... เพราะมันไม่สำคัญ
มากไปกว่าเก็บไว้ในลมหายใจตลอดไป ...

ฉันจะเก็บความทรงจำ ... ไว้ในลมหายใจ ...ที่มีอยู่ จะดูแลให้ดี
ไม่ต้องมีของ ... เพื่อเตือนความทรงจำ ... เพราะมันไม่สำคัญ
มากไปกว่าเก็บไว้ในลมหายใจตลอดไป ...

outro 
ตลอดไป....................................
 
 
 
September 19

เซ็งโว้ยยยยย!!

 
 
ไปทำงานที่เนปาลมาเป็นเดือนแล้ว
 
 
ยังขี้เกียจอัพสเปซอยู่เลย แย่จริงโว้ย!!! Crying 
 
 
เดี๋ยวหายขี้เกียจเมื่อไหร่จะมาอัพนะจ๊ะห์ Tongue out
April 17

แดดร้อน ลมแรง ความรักก็ไม่มา T^T

 
ตอนนี้กรุงเทพฯร้อนมากๆ ร้อนจนแตนงุงิ -.-" เป็นหมาบ้า
 
แถมงานก็เยอะด้วย ร้อนไปหมดทั้งกายและใจ ช่วงนี้ใครมากวนใจอาจมีโดนด่าเละ
 
แต่ก็มีเพลงเพราะที่ชอบนะ ( ไม่เกี่ยวกับหน้าร้อน ) ---> ไม่มีเพลงให้ฟังด้วย
 
 
 
~
 
 
 
 
~
 
 
 
 
 
 

จู บ  ( k i s s )         -  J e t s e t ' e r



นั่ ง อ ยู่ ต ร ง นี้ ข้ า ง ก า ย ฉั น ก็ มี เ ธ อ อ ยู่


ก็ ล อ ง ม า คิ ด ดู   เ ร า นั้ น โ ช ค  ดี ก ว่ าใ ค ร



* เ พ ร า ะมี เ ธ อ ค นนี้ เ ป็ น ที่ รั ก


แ ล ะ ฉั น ไ ม่ ไ ด้ ฝั น ไ ป  ข อ ใ ห้ ล ม ช่ ว ย พั ด พ า หั ว ใ จ

ส อ ง เ ร า ใ ห้ ล อ ย ไ ป    ใ น คื น นี้  โ อ้  โ อ

** O h  b a b y   ฉั น รั ก เ ธ อ เ ท่ า นั้ น


ใ ต้ แ ส ง จั น ท ร์ มี เ พี ย ง เ ร า ส อ ง


นั่ ง ม อ ง แ ส ง ด า ว ที่ พ รั่ ง พ ร า ว


บ น ฟ้ า ไ ก ล ไ ป ด้ ว ย กั น


เ ป รี ย บ ดั่ ง ค ว า ม ฝั น ใ น เ ว ล า นี้


เ มื่ อ ฉั น มี เ ธ อ อ ยู่ แ น บ ชิ ด ก า ย


ด้ ว ย ส าย ต า แ ล ะ สั ม ผั ส ด้ ว ย รั ก ที่ เ ร า มี ใ ห้ กั น

 
โ อ้ ฉั น จ ะจู บ เ ธ อ

ไ ม่ อ า จ จ ะ ฝื น ค ว า ม ส ว ย ข อ ง เ ธ อ ไ ด้  b a b y


ต้ อ ง ย อ ม รั บ อี ก ซั ก ที   ว่ า เ ร า โ ช ค ดี ก ว่ า ใ ค ร



O h   b a b y , O h  b a b y ,  O h  b a b y

 
โ อ้  โ อ  ฉั น จ ะ จู บ เ ธ อ

O h  b a b y , O h  b a b y , O h  b a b y


โ อ้  โ อ  ฉั น จ ะ จู บ เ ธ อ

 

.

.

 http://musicstation.kapook.com/newmusicstation/play.php?id=6700

 

April 10

F0nt.com Meeting 3 @Dreamworld Again!!

 
 
 
 
วันนี้เพิ่งด้มีโอกาสเอารูปจากงานมีตติ้งมาลงในสเปซ เป็นความทรงจำที่ดีจริงๆ
 
ยังไงก็ขอคุณภาพของทุกๆคนไม่ว่าจะเป็น แอน , พี่โอ้เอ้ , เอ , เฮียโก้ , ลุงบั๊กส์ , ลุงแอ๊ะ
 
เจ๊ปุก , หมี และหมีเล็ก , น้องเต่า และคนอื่นๆที่ไม่ได้กล่าวมาด้วย
 
.
.
 
ยังไงก็
 
.
.
 
" ขอบคุณที่ได้รู้จักกัน "
March 19

F0nt.com meeting 3 @ Dreamworld

วันเสาร์ ที่ 10  มีนาคม 2550
 
ปีนี้เป็นปีที่ 2 แล้วที่ได้ไปมีตติ้งกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวฟอนต์ดอทคอม
 
( ไม่นับรวมที่เราไปกินหมูกระทะ , งานแฟต แล้วก็มีติ้ง wii )
 
โดยครั้งแรกที่แตนไป เค้าจัดเป็นครั้งที่ 2 ก็ไปที่สวนสัตว์ดุสิต งานนั้นสนุกมาก
 
แถมฝนตกด้วย เรียกว่าเหนื่อย + ร้อน แล้วก็เปียกด้วย
 
ส่วนครั้งที่ 2 ที่ไปนั้น พวกเราไปดรีมเวิลล์กัน ครั้งนี้สมาชิกเยอะกว่าปีที่แล้วเยอะมาก
 
แต่ละคนก็สนุกสนาน แล้วก็มีความเป็นมิตรทุกคน  งานวันนั้นโคตรสนุกเลย
 
ตลกด้วย โดยเฉพาะช่วงแจกของรางวัล ทุกคนแถกันสุดๆ
 
เพราะกติตาก็คือให้เอาของที่มีความเกี่ยวข้อง กับเลข 3 มา ฮา...มากๆ
 
ถึงตอนนี้แตนคิดว่า "กูโคตรโชคดีเลยที่ได้รู้จักคนกลุ่มนี้ "
 
คิดดูนะ คนเราจะมีซักกี่คนที่จะได้เจอคนดีๆในสังคมอินเตอร์เนตสมัยนี้
 
ที่แม่งมีทั้งโกหก หลอกลวง ไม่รู้จักประวัติ ไม่เคยเห็นหน้า ค่าตากันเลย
 
แต่ที่นี่ ... ตรงกันข้ามทั้งหมด
 
ทุกคนที่อยู่ในฟอนต์นั้น ต่างรู้จักประวัติกัน , เห็นหน้าค่าตากัน
 
พูดคุยกันอย่างคนมีการศึกษาเค้าคุยกัน ( แม้จะมีบางคนที่แตกแถวไปบ้าง )
 
อ้อ ... แล้วคนที่นี่นะ แต่ละคนเทพทั้งนั้น คือมีความสามารถกันจริงๆ
 
ไม่มีหลอกลวงเลย
 
กูโคตรมีความสุขเลย ที่ได้รู้จักคนที่นี่
 
                   
 
 
 
 
 
February 25

อาทิตย์ละเพลง : เธอคือใคร ( กันจ๊ะ T^T )

ช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเองมีสภาพจิตใจที่ ... 
 
เราสัญญาว่าเราจะปรับสภาพจิตใจของตัวเองให้ดีเหมือนเดิม
 
พี่มิคเขียนไว้ในสคริปรายการบางกอกรามา ที่จะออกก่อนวันวาเลนไทน์เอาไว้ว่า
 
" ความรักก็เหมือนผีเสื้อยิ่งวิ่งไล่ตามมันเท่าไหร่ มันก็ยิ่งบินจากเราไป "
 
ซึ่งแตนก็คิดว่ามันจริง ความรักเป็นเรื่องที่บังคับกันไม่ได้ ไม่มีใครบังคับใครให้รักกันได้ ยกเว้นว่าเค้าจะรักกันเอง
 
สำหรับแตนก็คิดอย่างที่ข้างบนว่าไว้ แต่ถ้า " เมื่อความรักมันมา เราก็ต้องคว้าไว้สินะ เพราะบางที่มันอาจจะมาเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้ "
 
หลายคนบอกว่าแล้วคนไหนที่ใช่สำหรับเรา แตนเองก็ไม่ทราบหรอกว่าจะเป็นคนไหน แต่แตนรู้ว่า เราต้องรู้จักที่จะเรียนรู้คนอื่นบ้าง
 
เข้าใจความต้องการของตัวเองและคนรอบข้าง  รู้จักทำให้คนอื่นมีความสุขบ้างไม่ใช่นึกถึงแต่ตัวเองจนมากจนเกินไป
 
ที่สำคัญก็คือ " รัก = การให้อภัย และไว้เนื้อเชื่อใจ "
 
เพราะบางทีคนที่คิดว่าใช่อาจจะไม่ใช่ แต่คนที่คิดว่าไม่ใช่อาจจะใช่ก็ได้ ... ใครจะรู้
 
แล้วเธอละ ... เธอคือใคร?
 
 
 
 
ช่ ว ง ชี วิ ต ที่ เ ค ย รั ก ใ ค ร   ไ ม่ เ ค ย ล้ อ เ ล่ น กั บ หั ว ใ จ 
 
แ ต่ ว่ า ทุ ก ค น   เ ข้ า ม า ค บ กั น   ไ ม่ น า น เ ข า ก็ ไ ป
 
แ ต่ ล ะ ค รั้ ง ก็ ค อ ย ทุ่ ม เ ท   แ ต่ สุ ด ท้ า ย ก็ ยั ง เ สี ย ใ จ

เ จ็ บ จ น คุ้ น เ ค ย   แ ต่ ไ ม่ ช อ บเ ล ย   ที่ ต้ อ ง ไ ม่ เ ห ลื อ ใ ค ร
 

ดั่ ง ฟ้ า   จ ะ แ ค่ เ พี ย ง ต้ อ ง ก า ร แ ก ล้ ง กั น
 
ใ ห้ ฉั น   ต้ อ ง พ บ เ จ อ แ ต่ ค ว า ม เ จ็ บ ช้ำ ใ จ

จ น ไ ม่ รู้ ว่ า   รั ก แ ท้ ห น้ า ต า เ ป็ น เ ช่ น ไ ร
 
ก็ ยั ง ไ ม่ พ บ เ จ อ ใ ค ร   ที่ รั ก กั น จ ริ ง สั ก ที
 

จ ะ มี ไ ห ม สั ก ค น   ม า เ ป ลี่ ย น ชี วิ ต ข อ ง ฉั น   เ ธ อ คื อ ใ ค ร
 
ที่ จ ะ รั ก จ ริ ง   ไ ม่ ท อ ด ทิ้ ง กั น   อ ย า ก จ ะ รู้

จ ะ มี ไ ห ม สั ก ใ จ   จ ะ ไ ด้ เ จ อ เ ธ อ   อ ย า ก รู้ เ ธ อ คื อ ใ ค ร
  
ที่ จ ะ เ ป็ น รั ก สุ ด ท้ า ย   ข อ ง ฉั น จ ริ ง ๆ   สั ก ที
 

อ ย า ก จ ะ พ บ สั ก ค น ที่ เ ข้ า ใ จ   ไ ม่ ต้ อ ง พ ร้ อ ม ต้ อ ง ดี ม า ก ม า ย
 
อ า จ จ ะ เถี ย ง กั น   อ า จ ท ะ เ ล า ะ กั น   เ ข า ยั ง ไ ม่ ไ ป ไ ห น
 
อ ย า ก จ ะ พ บ สั ก ใ จ ที่ เ ข้ า กั น   อ ยู่ กั บ ฉั น รั ก กั น เ รื่ อ ย ไ ป
 
อ ย่ า แ ค่ แ ว ะ ม า   ฝ า ก แ ค่ น้ำ ต า   ใ ห้ ค้ า ง ค า ใ น หั ว ใ จ
 

ดั่ ง ฟ้ า   จ ะ แ ค่ เ พี ย ง ต้ อ ง ก า ร แ ก ล้ ง กั น
 
ใ ห้ ฉั น   ต้ อ ง พ บ เ จ อ แ ต่ ค ว า ม เ จ็ บ ช้ำ ใ จ
 
จ น ไ ม่ รู้ ว่ า   รั ก แ ท้ ห น้ า ต า เ ป็ น  เ ช่ น ไ ร
 
ก็ ยั ง ไ ม่ พ บ เ จ อ ใ ค ร   ที่ รั ก กั น จ ริ ง สั ก ที

จ ะ มี ไ ห ม สั ก ค น   ม า เ ป ลี่ ย น ชี วิ ต ข อ ง ฉั น   เ ธ อ คื อ ใ ค ร
 
ที่ จ ะ รั ก จ ริ ง   ไ ม่ ท อ ด ทิ้ ง กั น   อ ย า ก จ ะ รู้
 
จ ะ มี ไ ห ม สั ก ใ จ   จ ะ ไ ด้ เ จ อ เ ธ อ   อ ย า ก รู้ เ ธ อ คื อ ใ ค ร
 
ที่ จ ะ เ ป็ น รั ก สุ ด ท้ า ย   ข อ ง ฉั น จ ริ ง ๆ  สั ก ที


ไ ม่ รู้ จ ะ เ จ อ เ มื่ อ ไ ห ร่   ก็ เ ฝ้ า แ ต่ ถ า ม   ก็ ไ ด้ แ ต่ ถ า ม จ า ก ฟ้ า
 

จ ะ มี ไ ห ม สั ก ค น    ม า เ ป ลี่ ย น ชี วิ ต ข อ ง ฉั น   เ ธ อ คื อ ใ ค ร
 
ที่ จ ะ รั ก จ ริ ง   ไ ม่ ท อ ด ทิ้ ง กั น   อ ย า ก จ ะ รู้
 
จ ะ มี ไ ห ม สั ก ใ จ   จ ะ ไ ด้ เ จ อ เ ธ อ   อ ย า ก รู้ เ ธ อ คื อ ใ ค ร
 
ที่ จ ะ เ ป็ น รั ก สุ ด ท้ า ย   ข อ ง ฉั น จ ริ ง ๆ   สั ก ที
 
 
 
 
February 13

ผูกพัน : Valentine Day

ผู ก พั น    
   นี่ ใ ช่ ไ ห ม   อ ะ ไ ร   อ ะ ไ ร ที่ เ ค ย คิ ด
ชี วิ ต ที่ มี แ ต่ ฉั น   ต่ อ จ า ก นี้ ค ง ตั ว ค น เ ดี ย ว อ ย่ า ง ที่ คิ ด
นี่ ห รื อ ที่ ใ จ ต้ อ ง ก า ร   นี่ ใ ช่ ไ ห ม ที่ ฉั น เ ค ย ฝั น ต ล อ ด อ ยู่ ใ น ใ จ
ชี วิ ต ที่ ไ ม่ มี เ ธ อ รู้ สึ ก เ ห มื อ น มั น ข า ด อ ะ ไ ร ไ ป ไ ม่ เ ข้ า ใ จ

เ ก็ บ เ รื่ อ ง ร า ว ที่ มั น เ ก่ า ๆ ใ ส่ ก ล่ อ ง ไ ว้  ม อ ง เ ห็ น แ ล้ ว มั น ป ว ด ร้ า ว
รู ป ถ่ า ย เ ร า ไ ป เ ที่ ย ว ด้ ว ย กั น เ มื่ อ ต อ น นั้ น   ต อ น นี้ ยิ่ ง ดู ยิ่ ง เ ศ ร้ า

ไ ม่ มี เ สี ย ง คำ คำ ข อ ง เ ข า ที่ เ ร า ไ ด้ เ ค ย ฟั ง
ไ ม่ มี ใ ค ร ใ ห้ ค อ ย ม า ไ ถ่ ถ า ม  เ ห ลื อ เ พี ย ง แ ค่ ค ว า ม ท ร ง จำ
ที่ ย้ำ ใ ห้ รู้ ว่ า

เ ธ อ ใ ช่ ไ ห ม  ที่ หั ว ใ จ ข อ ง ฉั น ผู ก พั น
แ ล ะ คื อ เ ธ อ เ ท่ า นั้ น  วั น นี้ ฉั น เ พิ่ ง จ ะ เ ข้ า ใ จ
ไ ม่ มี เ ธ อ มั น ดู เ ห ง า ๆ   ยิ้ ม เ ศ ร้ า ๆ บ อ ก ตั ว เ อ ง ไ ว้
นี่ ยั ง ไ ง โ ล ก ที่ ไ ม่ มี  เ ธ อ แ ล้ ว

ข า ด เ ธ อ ไ ป วั น นี้   จึ ง ไ ด้ เ จ อ ค ว า ม ห ม า ย
ไ ม่ มี เ ธ อ วั น นี้  ฉั น ถึ ง เ ข้ า ใ จ

เ ธ อ ใ ช่ ไ ห ม   ที่ หั ว ใ จ ข อ ง ฉั น ผู ก พั น
แ ล ะ คื อ เ ธ อ เ ท่ า นั้ น  วั น นี้ ฉั น เ พิ่ ง จ ะ เ ข้ า ใ จ
ไ ม่ มี เ ธ อ มั น ดู เ ห ง า ๆ   ยิ้ ม เ ศ ร้ า ๆ บ อ ก ตั ว เ อ ง ไ ว้
นี่ ยั ง ไ ง โ ล ก ที่ ไ ม่ มี  เ ธ อ แ ล้ ว

เ ธ อ ใ ช่ ไ ห ม   ที่ หั ว ใ จ ข อ ง ฉั น ผู ก พั น
แ ล ะ คื อ เ ธ อ เ ท่ า นั้ น   วั น นี้ ฉั น เ พิ่ ง จ ะ เ ข้ า ใ จ

ไ ม่ มี เ ธ อ มั น ดู เ ห ง า ๆ   ยิ้ ม เ ศ ร้ า ๆ บ อ ก ตั ว เ อ ง ไ ว้

นี่ ยั ง ไ ง โ ล ก ที่ ไ ม่ มี  เ ธ อ แ ล้ ว

นี่ ยั ง ไ ง โ ล ก ที่ ไ ม่ มี เ ธ อ แ ล้ ว
 
  
January 30

ฮาวทู ภูสอยดาว2

 
ต่อจากอันแรก
 
วันที่ 2 :  31 ธันวาคม 2549
 
เอาล่ะ เข้าสู่เช้าวันที่สองอันหนาวเหน็บ ช่วงกลางคืนหนาวมากๆ
และน้ำค้างแรงมากๆ ผมต้องนอนคลุมโปงเลย คือปิดมิดทั้งหัวไม่อย่างนั้นน้ำค้างจะซึมเข้ามาในเตนท์
หยดลงใส่หัว ถ้าไม่คลุมนี่ผมเปียกกันได้เลย

อุณหมูมิยามเช้าบนลานสนภูสอยดาว 6 องศาเซลเซียส ครับ  นะนะ
ถูกใจอย่างแรง หายใจเข้าออกมีไอด้วย นี่แหละคือเป้าหมายในการไปในครั้งนี้  ปลื้ม




การหุงหาอาหารทำกับข้าว ก็ใช้ฟืนกับเตาที่เป็นขาตั้งเหล็ก มีให้เช่าบนยอดภูครับ
ในราคา 50 บาท จริงๆ เอาหินมาตั้งก็ได้เป็นเตาแล้ว

การต้มน้ำหุงข้าวเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาเป็นอย่างมากในสภาวอากาศที่หนาวเย็น
น้ำมันไม่ยอมร้อนง่ายๆ เลยครับ

มาม่ายังคงเป็นอาหารยอดนิยมอย่างหนึ่งในการทำกินเล่นและกินเอาจริงเอาจัง





กินมื้อเช้ากันแบบง่ายๆ ครับ





หลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจอาหารเช้ากันแล้ว กิจกรรมในวันนี้สามารถแบ่งแยกออกเป็นสองฝ่าย
คือแม้ว่าเราจะมาอยู่ในจุดที่พักตั้งเตนท์ ณ ลานสนแล้ว แต่ที่นี่ยังไม่ใช่ยอดสูงที่สุดของภูสอยดาว

การไปยงยอดภูสอยดาว จะยังต้องตะกานป่ายปีนอีกประมาณ 2.5 กม. ไปกลับรวม ก็ 5 กม.
ซึ่งเส้นทางการไปถึงนั้น ยากลำบากกว่าช่วงขาขึ้นมาบนลานสนนี่เสียอีก  เหวอ

กลุ่ม 4 สาว มีความเห็นว่า ไหนๆ ก็มาถึง ณ จุดนี้แล้ว ก็สมควรที่จะไปให้สุด เพราะโอกาสที่จะกลับมาอีกครั้งนั้น
คิดหนัก.....  ฮิ้ววว (คือตูจะไม่มาอีกแล้วโว้ย!! เหนื่อยชิบ..)

วันที่สองนี้จึงแยกเป็นสองกลุ่ม ผมกับแตนเดินเล่นไปรอบๆ ลานสน
ส่วน 4 สาว จะไปยอดภูสอยดาว

แต่เอาเข้าจริงๆ  4 สาวไปไม่ถึงครับ  กร๊าก
ก็วนๆ อยู่รอบๆ ลานสนเหมือนกันนั่นแหละ ด้วยทางไปมันไม่อำนวนความสะดวก
บวกกับเสบียงที่เตรียมไปนั้น ไม่พอกิน  ฮิ้ววว

บรรยากาศโดยรอบลานสนครับ มีนักท่องเที่ยวเยอะพอสมควร แต่ไม่มากจนรกหูรกตา






บ้างก็ประดับตกแต่งที่พักตัวเองเพื่อรอการมาถึงของวันปีใหม่ คืนนี้แหละ (31 ธ.ค. 49)






ป้ายบอกสถานที่ต่างๆ ที่พอจะเดินชมได้รอบๆ ลานสนบนภูสอยดาว

แผนผังบอกรายละเอียดคร่าวๆ ว่ามีอะไรอยู่ตรงไหนบนลานสน
มีบังเกอร์ของทหารสมรภูมิร่มกล้าด้วย เพราะอีกฝั่งฟากของลานสนนี้ก็เป็นเขตฝั่งประเทศลาวแล้วครับ






ณ จุดที่สูงที่สุดบนลานสน ที่นี่กลายเป็นสมุดลงนามเล่มใหญ่ไปแล้ว เพราะ.....





 ง่ะ

ครับที่พื้นนั้นถูกนักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ สลักชื่อเป็นที่ระลึกไว้มากพอสมควร

ด้านทิศตะวันออกของลานสนจะมีหลักเขตประเทศไทยอยู่ครับ

โดยด้านหนึ่งจะบอกว่าเป็นประเทศไทย






ส่วนอีกด้านหนึ่ง บอกเขตประเทศลาว




ว๊าว!! ผมได้ไปเที่ยวต่างประเทศด้วย  นะนะ

ซึ่งในจุึดเขตประเทศลาวนี่เอง ไม่น่าเชื่อครับ ว่าจะเป็นเพียงจุดเดียวที่มีสัญญาณโทรศัพท์
ใครที่นำมือถือไปสามารถเดินมาเขตนี้เพื่อทำการโทรศัพท์ได้

แต่......

สำหรับลูกค้า Dtac เท่านั้นครับที่มีสัญญาณ เจ้าอื่นที่ว่าแน่ๆ หมดสิทธิ์ครับ
นับว่าเป็นโชคดีของผมที่เป็นลูกค้า happy หนึ่งในบริการจาก Dtac
แต่ก็ไม่ได้โทรหรอกนะ ไม่รู้จะโทรไปไหน ให้เพื่อนแตนโทรบอกรถให้มารับในวันรุ่งขึ้นแค่เท่านั้น

 ฮิ้ววว

กลางวันไม่มีอะไรจะทำครับ ก็เดินไปคุยไป พักไปแถวๆ ลานสนนั่นแหละ
ถ่ายรูปเล่นๆ ไปเรื่อย เพื่อรอเวลาเย็นครับ จะได้ไปดูพระอาทิตย์ตก

บรรยากาศรอบๆ มองจากลานสนลงมาด้านล่าง




พวกบรรดาพรรณไม้ตามที่ได้บอกไว้แต่แรกแล้ว ว่านี่ไม่ใช่ฤดูของมัน
จึงพบเห็นได้ทั่วไปเพียงหญ้าแห้งๆ เท่านั้น
แต่ก็พอมีหลงเหลือให้เห็นได้บ้างเล็กน้อย อย่างเช่น นี่ ... เม็ดกระดุม (เรียกอย่างนี้รึเปล่าไม่แน่ใจ  (เหงื่อแตกพลั่ก))





ไอ้นี่ต้นอะไรก็ไม่รู้ ใบมันเป็นขนๆ  (เหงื่อแตกพลั่ก)




ไม้ล้ม (จะถ่ายทำไม)




เวลาที่เหลือก็ action ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ครับ  (อิอิ)


อ้วนจัง  ง่ะ

อาหารกลางวันกลับมาที่พักแล้วเอาอาหารกระป๋องไปอุ่นไฟ
ขโมยไฟชาวบ้านครับ  (อิอิ) ไม่ต้องก่อเอง

เตนท์ใกล้ๆ กันใจดีครับ เอาทาโร่มาให้กินด้วย
กลุ่มนั้นเขานั่งกินเหล้าตั้งแต่สิบโมงเช้า
ไม่ทันพ้นเที่ยงก็เมากันซะแล้ว  ฮิ้ววว


และแล้วเวลาที่รอคอยก็มาถึงแล้ว เวลาเย็นนั่นเอง
ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างก็ทยอยกันไปยังจุดชมวิวเพื่อรอดูพระอาทิตย์ตกดิน

ต่อไปเป็นรูปบรรยากาศนะครับ





บ๊ายบาย พระอาทิตย์


ที่เหลือก็..... เล่นกล้อง  กร๊าก






แต่งโลโมเล่นๆ  ฮิ้ววว

 
 

หลังจากนั้นก็แยกย้ายกลับมาที่พักกันครับ เพื่อกินอาหารเย็น
ตอนกลางคืนไม่มีอะไรก็นั่งรวมๆ กันให้หนาวกันเล่นๆ

มืดคือมืดไม่มีไฟฟ้า มีแค่เพียงแสงไฟจากไฟฉาย และจากกองไฟที่ก่อไว้เท่านั้น
อากาศยิ่งดึกยิ่งหนาว และมีน้ำค้าง

คืนนี้คือคืนสุดท้ายของปีเก่า หลายๆ เตนท์นั่งกินเหล้า นั่งสังสรรค์เพื่อรอเวลานับถอยหลังสู่ปีใหม่
แต่.... ไม่ใช่กลุ่มผมครับ เรานอนกันตั้งแต่ 3 ทุ่ม โดยประมาณ  ฮิ้ววว


จนเมื่อถึงเวลาประมาณเที่ยงคืน เสียงก็ดังกระหึ่มลานสน

5 4 3 2 1 สวัสดีปีใหม่ เฮ้ๆๆๆๆ

ตื่นครับ  (อิอิ) นับกันอย่างนี้อยู่หลายรอบเหมือนกัน เพราะแต่ละเตนท์นาฬิกาไม่ตรงกัน
เตนท์ข้างๆ ก็เตนท์ที่ว่าเมาตั้งแต่เที่ยงนั่นแหละ เดินเอาลูกโป่งมาแจกเขาทั่วทุกเตนท์เลย
แต่ผมไม่ลุกขึ้นมารับ มันหนาว ขอซุกตัวอยู่ในถุงนอนดีกว่า  (อิอิ)

เช้าวันที่ 3 : 1 มกราคม 2550

เอาล่ะเมื่อเช้าอีกรอบก็ถึงวันที่พวกเราจะต้องลงจากภูกันแล้ว หลังจากอยู่กันมา 2 คืน
สัมภาระนั้นถ้าต้องการให้ลูกหาบนำลงไปก็เรียกใช้บริการได้จากลูกหาบที่นำขึ้นมานั่นและ
โดยสนนราคา กิโลกรัมละ 15 บาท เท่ากับขาขึ้น

เราเตรียมตัวจัดการกินอาหารและจัดการกับสัมภาระให้เสร็จทันตอน 8 โมงเช้า
เพื่อที่จะได้เริมเกดินทางกัน โดยสัมภาระทางลูกหาบจะจัดการแพ็คและหอบหิ้วลงไปให้เราเอง

ใครจะแบกลงไปเองก็ได้นะครับ เพื่อความประหยัด สำหรับขาลงนี้ ไม่หนักหนาสาหัสเท่ากับขาขึ้น
แต่ที่ที่ต้องระวังคือ ระวังหินลื่นครับ เพราเส้นทางเป็นหินทราย สลับดินทรายก้าวไม่ระวังอาจล้มได้
ผมได้พิสูจน์ดินแถสนั้นจนข้อศอกถลอกมาแล้ว  อี๋~


ก่อนจะลงอย่าลืมป้ายนี้นะครับ เพื่อยืนยันว่าเรามาพิชิตลานสนภูสอยดาวเรียบร้อยแล้ว
ในระดับความสูง 1,633 เมตร แน่นอนครับ ว่าสูงกว่าภูกระดึงแน่นอน  (อิอิ)


ขอเดี่ยวสักรูปเถอะน่า


จำได้มั้ยครับ กางเกงตัวโปรดของผม พามันใส่ไปลุยด้วยล่ะ
เสียดายเสื้อตัวเก่งขาดไปแล้ว ไม่งั้นได้ไปด้วยกันแน่  ฮิ้ววว

เก็บตกรายทางครับ








สำหรับขาลงนี้ผมลงมาถึงก่อนคนอื่นๆ ประมาณครึ่งชั่วโมง
มาถึงที่ทำการฯ ประมาณเที่ยงครับ ขาลงมาถึงเร็วมาก เดินประมาณ 3 ชั่วโมงเที่นั้นเอง

สิ่งที่ใฝ่ฝันมาตลอดทางคือการอาบน้ำครับ เพราะ 3 วันที่ผ่านมา ไม่ได้อาบน้ำเลย  ฮิ้ววว




ที่ทำการฯ จะมีของที่ระลึกขายนะครับ สำหรับผู้ที่ต้องการที่ระลึกสามารถเลือกซื้อไปฝากเพื่อนฝูงได้
แต่ก็มีรายการของไม่มาก ส่วนใหญ่คือ postcard กับเสื้อยืด

หลังจากนี้เราก็รอรถมารับแล้วเข้าไปตัวเมืองอุตรดิตถ์ เพื่อไปยังขนส่งรอรถกลับกรุงเทพฯ ครับ
ขึ้นรถตอน สามทุ่ม ถึงกทม. ตอนตี 5 เป็นอันสิ้นสุดการเดินทางในทริปนี้ครับผม  ฮิ้ววว

อ้อ ระหว่างรอรถตอนสามทุ่ม พวกเราไปเดินเล่นละกินสุกี้กันที่โลตัสครับ โลตัสนี่แทบจะมีอยู่ทุกแห่งทั่วประเทศเลยมั้ง

อ้ำ!! ฝากสุกี้เป็นภาพสุดท้าย

จบแล้วครับ ข้อมูลการท่องเที่ยวแบบบ้านๆ ไม่หรูหราแต่เต็มอิ่มกับธรรมชาติ ปลื้ม

-/\- จบแล้วค๊า ยังไงก็ขอบคุณคำบรรยายของพี่โอ้เอ้ด้วยนะค่ะ -/\-

 

ฮาวทู ภูสอยดาว 1

จากกระทู้ http://f0nt.com/forum/index.php?topic=8581.0 ของพี่โอ้เอ้ วันนี้ได้ฤกษ์ขโมยมาลงสเปซซะเลย
 
 



เกริ่นนำ
 

      ในช่วงวันหยุดปีใหม่ที่ผ่านมานี้ผมได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์มาครับ
จากเดิมที่มีความตั้งใจว่าจะไปเที่ยวภูกระดึง แต่พบปัญหาคือ ผมไม่สามารถหาแนวร่วมไปด้วยได้เลย  ฮิ้ววว

จนไปพบข้อความสั้นๆ ในจู๋ระบายอารมณ์ว่า "แตน" จะไปเที่ยวภูในช่วงปีใหม่ เอ้า เข้าทางเลย
ก็เลยพยายามสอบถามไปว่าไปที่ภูไหน ก็ทราบว่าเป็นภูสอยดาว ด้วยความอยากเสียเหงื่ออย่างแรง
เลยขอไปด้วยแบบหน้าด้านๆ  กร๊าก เป็นผลครับ ผมมีโอกาสร่วมทริปในครั้งนี้ด้วย

จากเดิมที่พยายามเก็บข้อมูลนำมาทำเป็นบทความเล็กๆ แนวๆ เล่าแบ่งประสบการณ์ เกี่ยวกับการไปเที่ยวภูกระดึง
กลายเป็นว่าก็ต้องดองไว้ก่อน เพราะเป้าหมายเปลี่ยนแล้ว ก็เลยเป็นที่มาของ ฮาวทู ภูสอยดาวอันนี้
เนื้อหาไม่มีอะไรมากนะครับ เพราะเป็นผู้ตาม เขาไปไหนก็ตามๆ ไปไม่ได้คิดอะไรท่าไหร่ เอาเป็นว่าใช้ภาพเล่าเรื่องแล้วกัน  ฮิ้ววว

การเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่

   ในการที่เราจะไปเที่ยวที่ไหนนั้นผมขอแนะนำว่าเราควรจะทำความรู้จักกับสถานที่นั้นๆ กันซะก่อน
เพื่อที่จะได้เตรียมตัวและวางแผนการเดินทางและท่องเที่ยวกันได้อย่างถูกต้อง
แหน่งข้อมูลที่จะหาได้สะดวกที่สุดก็คงจะไม่พ้นจากอินเตอร์เน็ตนี่แหละ กูเกลขาประจำของเรานี่เอง
ในขั้นแรกเราก็ควรจะอ่านเหก